Facebook Twitter
gPlus 

ตูน Bodyslam -เภา โพสต์ขอบคุณ คนมีปีก แล้วสักวันจะกลับมา

10 พฤศจิกายน 2557 11:32 น. | อ่านแล้ว 1,932


จากกรณีดราม่าเรื่องการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตกลางคันของวง "Bodyslam" และกระแสข่าวต่างๆ นานาที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวานนี้ อดีตสมาชิกของวง เภา-รัฐพล พรรณเชษฐ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

"หลายปีก่อน หลังจากผมออกจากวง Bodyslam มาได้ระยะนึง เวลาที่ขึ้นรถเพื่อน แล้ววิทยุเปิดเพลงของ bodyslam ตอนนั้นเป็นเพลง ขอบฟ้า ที่เปิดกระหน่ำมาก มากจนต่อให้เปลี่ยนคลื่นแล้ว ก็ยังเจอ ซึ่งเพื่อนก็จะรีบเปลี่ยนเป็นคลื่นอื่นทันที ผมเข้าใจว่าเค้าคงคิดว่าผมไม่อยากฟัง หรือเจ็บปวดที่จะต้องฟังเพลงของ BodySlam ซึ่งมันกลับกันเลย ผมอยากฟังจนต้องบอกว่าไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว เราอยากฟัง

คือจะบอกว่า ผมชอบเพลงมาก และทึ่งกับสิ่งที่เค้าทำ การเปลี่ยนแปลงมันยากเสมอ แต่ที่เจ๋งคือ เค้าไม่ได้ทรยศตัวเอง หรือแม้แต่กับแฟนเพลง ในอัลบั้ม มีเพลงคราม แต่เค้าก็มีเพลง ความรัก Sticker หรือ แสงสุดท้ายมีเพลง ดัม-มะ-ชา-ติ แต่ก็มีเพลง ชีวิตยังคงสวยงาม หรือ รักอยู่ข้างเธอ ที่พวกเค้าทำมันเป็นภาพในจินตนาการของนักดนตรีส่วนใหญ่ ที่เอื้อมไปไม่ถึงด้วยซ้ำ คือได้ทำอย่างที่ตัวเองอยากทำ แถมทำแล้วคนยอมรับอีก พี่บอยตรัยเคยบอกว่า "งานศิลปะกับดนตรี มันไม่มีถูกหรือผิด มีแต่ ชอบหรือไม่ชอบ" ไม่ใช่แค่ผมเห็นด้วย แต่มันถึงขั้นเป็นสัจธรรมเลยเชียว

ผมเล่าข้างต้น เพื่อที่จะตอบคำถามที่คนวิจารณ์ว่า BodySlamไม่แคร์แฟนเพลงแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ มีแฟนเพลงเหนียวแน่น ยังไงเพลงก็ดัง มันไม่จริงเลย ผมลองจินตนาการตัวเองอยู่ในจุดนั้น ผมก็คงปวดหัวหนัก ว่าจะทำอัลบั้มต่อๆ มายังไง มันยากน่าดูเหมือนกันนะ ที่จะ Best of the best ไปเรื่อยๆ จะข้ามความสำเร็จที่มันเป็นความสำเร็จสูงสุดไปยังไง ให้ทำเพลงเพราะในแบบวิธีการเดิม ก็อยู่กับที่ให้ทำล้ำมากเกินไป ก็ถูกด่าว่าฟังไม่รู้เรื่อง เป็นคุณจะเลือกอย่างไร? ผมว่าเค้าได้เลือกอย่างดีแล้ว คือเลือกในสิ่งที่ไม่ทรยศต่อตัวเอง และแฟนเพลง

กับข่าวการยกเลิกคอนเสิร์ต ผมอ่านแล้วก็ตกใจเหมือนกัน วงที่ประสบความสำเร็จระดับนี้ ยังไม่สามารถทำปรากฏการณ์นี้ให้สำเร็จได้ แต่ความผิดเดียวของพวกเค้าคือ เค้ามีความฝัน และเป็นฝันที่ยิ่งใหญ่มาก ใหญ่จนอาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด และไม่อาจแตะถึงฝั่งได้ แต่ทีมงานและผู้จัดก็ได้แสดงความรับผิดชอบ และหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ จนผมว่าน่าจะเป็นทางออกที่เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดแล้วกับทุกฝ่าย

ผมยอมรับในความเห็นของคนที่วิจารณ์ด้านลบต่างๆ นานานะ เพราะเข้าใจในมุมมองของพวกเค้าเหล่านั้น บางคนกว่าจะขอที่บ้านมาดูได้ เตรียมตัววางแผนไว้เป็นเดือน พอยกเลิกแบบนี้ ก็คงผิดหวังมากพอสมควร การยกเลิกคอนเสิร์ต ถ้าคนที่ซื้อบัตรยังรู้สึกเจ็บปวด ลองคิดสิครับ ว่าตัววงเองจะรู้สึกยังไง วันนี้ ..ผมว่าคนที่น่าเห็นใจที่สุดคือวง BodySlam นะ

คนที่เรียกตัวเองว่าแฟนเพลงตัวจริงของ ตูน ปิ๊ด พี่ชัช พี่ยอด พี่โอห์ม ครับ เวลานี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่ BodySlam จะออกไปแตะประเทศไทย แต่อาจจะเป็นเวลาที่แฟนเพลงทั่วประเทศไทยจะออกมาแตะ พวกเค้า ......โอบอุ้มพวกเค้าไว้ ในเวลาที่พวกเค้าต้องการคุณมากที่สุดครับ จากคนไม่มีปีก ถึงคนมีปีกทุกคน"



และทางด้าน ตูน บอดี้สแลม ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า

"...จำได้ดีว่าตอนเป็นเด็กชอบร้องเพลงในห้องน้ำ ร้องคนเดียว ฟังคนเดียว มีความสุขที่ได้ร้องเพลงที่ชอบ หลับตาร้องเพลิน ๆ มาเรื่อย ๆ สักพักเปิดตามา อ้าว...มีคนมาฟังเราร้องซะอย่างงั้น ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดว่าตาฝาด หรือว่าเราฝันไป สักพัก...ก็หลับตาลง แล้วก็ร้องเพลงที่เรารักต่อ สักพักเปิดตามา เฮ้ย !! มีคนมาฟังเราร้องเพลงเยอะขึ้นจากตอนแรกอีก ในใจเริ่มงง...นี่มันเรื่องจริงหรือความฝันวะเนี่ย ??!! แต่แค่อย่างจะบอกตรง ๆ เลยว่าถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่ฝัน มันก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากที่สุด ที่ครั้งหนึ่งเราแค่ชอบร้องเพลง ร้องเพื่อความสุขใจของตัวเอง แต่วันหนึ่งมีคนคอยรับฟัง มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวของเรา ช่วยกันร้องเพลงที่เรารักเป็นเสียงเดียวกัน แค่นี้ ถึงแม้มันเป็นเพียงฝัน...ผมก็ยอม..."

"…ชีวิตคนเราผมเชื่อว่ามีความฝันและมีความหวังคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เรามีพลังงานดีๆ ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างที่ตั้งใจ ก้าวบางก้าวที่เดินทางบางทีอาจเจอหลุมเจอบ่อและไม่เป็นไปอย่างใจต้องการ ทั้งๆ ที่ก็คิดว่าได้เบิ่งตามองทางและวางแผนในการก้าวเดินแต่ละก้าวอย่างถ้วนถี่ แต่บางครั้ง ชีวิตจริงมันก็ไม่ได้สวยหรูเหมือนฝันตลอด แต่ที่สุดแล้ว แค่ได้เรียนรู้ไปกับทุกๆ ก้าวที่เดิน ไม่ว่าจะร้ายหรือดีที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต เราก็จะกอดรับมันเอาไว้ เพื่อ...เพื่อให้เราได้เป็นคนเดิมคนที่มีความรู้สึก...ดีใจ...เสียใจ ร้องไห้ให้กับบางสิ่งที่เรารักและทุ่มเทใจให้กับมันได้...

…วันนี้ผมเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็ได้พบภาพสวยงามที่สุดภาพหนึ่งในชีวิต ภาพที่ทุกคนคอยมาให้กำลังใจ ภาพที่ทุกคนช่วยกันส่งเสียงร้องเพลงอย่างสุดเสียง ภาพของสองมือครั้งแล้วครั้งเล่าที่ช่วยกันชูมันขึ้นมา แค่นี้มันก็ไกลเกินฝันแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยทำให้เด็กน้อยขี้อายที่ชอบร้องเพลงคนเดียวในห้องน้ำคนนี้ไม่เดียวดาย และจนกว่าจะพบกันใหม่ครับ..."

ข้อมูลจาก thairath

กลับขึ้นด้านบน