Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

ไม่เคย ซิงเกิ้ลใหม่สะเทือนอารมณ์จาก 25 Hours

16 กรกฎาคม 2558 11:40 น. | อ่านแล้ว 3,873


25 Hours กลับมาอีกครั้ง พร้อมปรากฏการณ์จากเพลงล่าสุดของพวกเขา ‘ไม่เคย’ ซิงเกิ้ลที่บอกเล่าเรื่องราวของเรากับคนรอบข้าง การให้ความสำคัญในวันที่ยังมีกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ทำให้เพลงนี้เข้าไปครองใจสาวก 25 Hours และนักฟังหลายๆ คน พูดคุยแบบสนุกสนานกับ 25 Hours และความพิเศษของเพลงที่ที่พวกเขาพร้อมบอกเล่าแบบไม่มีเม้ม!

SeedMCOT : ปล่อย ซิงเกิ้ล “ ไม่เคย” ออกมากระแสเพลงมาแรง รู้สึกยังไงบ้าง

25 hours : “(แหลม ) ดีใจครับที่ทุกคนชื่นชอบเพลงนี้ เเล้วรู้สึกว่าเพลงไพเราะ แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือ คนฟังเเล้วรู้สึกว่า ทั้งเนื้อเพลงและ สิ่งต่างๆที่รวมกันเป็นเพลงนี้มันสร้างความรู้สึกบางอย่างให้ไปเติมต่อในชีวิตได้ ดูจากคอมเมนต์ เพลงทำให้คนตีความไปต่างๆนานา ทำให้เห็นว่าชีวิตมันสวยงามและ ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกัน หรือการจากลา มันก็มีความสวยงามของมันอยู่ หลายคนหวนคิดถึงคนที่จากไป และที่มากกว่านั้น เค้าคิดถึงคนที่ยังอยู่ อยากโทรไปหาพ่อ หาแม่ หาเพื่อน หรือ ใครบางคนที่เค้ารัก”

SeedMCOT : ทราบมาว่า ปู๋ (มือกีตาร์) เป็นคนแต่งเพลงนี้ และ แหลมเป็นคนเรียบเรียงทำนองเองกับมือ ได้แรงบันดาลใจมากจากไหน

25 hours : “(ปู๋ ) แรงบันดาลใจมากจากไฟที่บ้านดับครับ อาจจะฟังตลกนะ แต่ตอนที่ไฟดับมันก็เกิดปิ๊งอะไรขึ้นมา ว่า แค่ไฟดับ เรายังรู้สึกตกใจเลย มันทำให้เราเห็นคุณค่าของไฟ แล้วถ้าไฟกลายเป็นพ่อแม่ของเราหรือคนที่เรารักขึ้นมาล่ะ ถ้าไม่มีเค้า ความรู้สึกของเราคงมากกว่านี้”

(แหลม) เหมือนเป็นสิ่งที่เคยชิน พอหายไป มันทำให้เรารู้สึกว่า วันที่เค้าอยู่ จริงๆ มันเหมือนกับแสงสว่างของชีวิตเลยนะ ที่เราดีดีได้ มันอาจจะเป็นเพราะใครคนนนั้นก็ได้”

SeedMCOT : ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ แต่ละคน นึกถึงใครขึ้นมาเป็นคนแรก

25 hours : “( จ็อบ ) คิดถึงเพื่อนผมครับ คือเพื่อนผมกับพ่อเค้าทะเลาะกันเป็นสิบปี มาวันนึงเค้าก็ดีกัน แต่หลังจากนั้น 6 เดือน พ่อเพื่อนก็เสีย มันก็ทำให้เราได้ฉุกคิดว่าตอนนี้เราอยู่กับที่บ้าน เรามีโอกาสที่ได้กอดเค้า ได้บอกรักเค้า ได้ทดแทนบุญคุณ เค้า ก่อนที่มันจะสายเกินไป เพราะชีวิตเรามันไม่แน่นอน”

“ ( แหลม ) ทุกคนก็ตีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ หรือแม้กระทั่งสิ่งของ สัตว์เลี้ยง มันก็สะท้อนได้หลายอย่าง อย่างผม คิดถึงน้าที่เสียไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมแต่งทำนองด้วยและบังเอิญเค้าเสียไปพร้อมลูกเค้าพร้อมกัน ในวันเดียว ร้องเพลงนี้ด้วยความรู้สึกที่คิดถึง เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นาน เป็นบรรยากาศที่ทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้น”

“( โฟร์ ) คิดถึงพ่อ เพราะตอนนี้ผมแต่งงานออกมาอยู่กับแฟน บางทีจะไม่ได้เจอครอบครัว จริงๆ บ้านพ่อกับบ้านผมอยู่ติดกัน กลับบ้านมาก็ไม่ได้เดินไปหา มีโอกาสก็ไม่ได้เดินไป แต่พอมาได้ฟังเพลง ก็ทำให้เราคิดว่าเราต้องไปหา ก่อนที่เราไม่รู้ว่าวันไหนจะเป็นอะไร”

“(ปู๋) นึกถึงยายเราไม่ค่อยได้กลับบ้านไปหาอยากกลับไปดูแลแก”

“(บัง ) ครั้งแรกที่ผมฟังเพลงนี้ผมนึกถึงเพื่อน เหมือนในเอ็มวี ที่เค้าใส่เสื้อลาย”

SeedMCOT : ตอนที่แหลมอัดเพลง คิดถึงเรื่องอะไรหรืออยู่ในอารมณ์ไหน

25 hours : “(แหลม) คือก่อนที่จะมาอัดเพลงนี้ เป็นช่วงทำเดโม่ ญาติผมก็เพิ่งเสีย บังเอิญได้ไปกินข้าวแถวนั้นพอดี หลานซึ่งอยู่บ้านเดียวกับน้าที่เสียไป ชวนเข้าไปที่บ้าน ภาพที่เห็นคือบ้านที่เราเคยไปเที่ยวตอนเด็ก พอเดินไปทุกมุมก็จะเห็นความรู้สึกที่เปลี่ยนไป จากที่ เคยเล่น เคยเเซวกัน ก็เหลือแต่ภาพถ่าย มันก็จุกนะ ระหว่างขับรถก็คิด มันอยู่ในนี้ตลอด แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันที่ต้องร้องเพลงนี้พอดี ผมร้องเพลงนี้ด้วยความรู้สึกที่มันไม่ต้องนึกถึงเพราะว่ามันอยู่ในใจอยู่เเล้ว ก็เลยถ่ายทอดออกมาในความรู้สึกที่รุนแรงมากทีเดียว แล้วเราก็เลือกใช้ฉากนี้ในเอ็มวีด้วย”

SeedMCOT : ตอนถ่ายทำเอ็มวีเป็นยังไงบ้าง

25 hours : “(แหลม) เราอยู่ในเอ็มวีนิดเดียวเองเนอะ ตอนสุดท้าย (บัง) : 5 วินาที มันรู้สึกร้อน (ปู๋) : คือเรากับจ๊อบจะรู้สึกเป็นพิเศษ เพราะว่าข้างหลังมันเป็นกองไฟ พี่บังนี้ก็จะโดนสะเก็ดไฟ (บัง) : ก็จะถามว่า เสร็จยัง เพราะร้อน (โฟร์) : บอกเลยว่ามาก

(แหลม) : เราไม่ได้อยู่ในเอ็มวีเยอะ เพราะผมคิดว่าถ้าอยู่เยอะจะกระดากกระเดื่อนในเอ็มวี เพราะอยู่ดีดีเค้าเศร้ากันอยู่ เรามายืนร้องคงไม่เหมาะ เราขอแค่ว่าอยู่ท้ายช่วงก็พอ แต่ว่าในบรรยากาศที่เราต้องไปร้องอยู่ตรงกองไฟ ตอนเดินลงจากรถตู้ไป กองไฟก็เกิดขึ้นแล้ว ผู้กำกับก็เปิดเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ เราก็รู้สึก เศร้าจังเลยวะ แค่เห็นกองไฟ ก็เลยใช้กองไฟมาเป็นสัญลักษณ์ อย่างตอนเด็กๆ เราเข้าค่ายรอบกองไฟ มันมีทั้งบรรยากาศของความอบอุ่น การอยู่ร่วมกัน เพื่อน หรือใครก็ตาม แล้วมันก็มีชั่วโมงของการจากลา ผมจึงรู้สึกว่าอบอวลไปด้วยความสุขและความเศร้าอยู่”

SeedMCOT : ได้ร่วมงานกับผู้กำกับคนไหน

25 hours : “( แหลม ) ผู้กับกับต้องบอกว่าเป็นน้องใหม่มาแรงมาก คือ คุณพงศ์ เค้าเป็นผู้กำกับที่อายุยังน้อยแต่ร่วมงานกับศิลปินหลายคน อย่างเราเองเค้าเคยทำเพลงเที่ยงคืนสิบห้านาที ชื่อทีมเค้าว่า hello film maker ก็จะถนัดเรื่องของ emotional เรื่องของชีวิต”

SeedMCOT : มีส่วนในการครีเอทีฟหรือแชร์ไอเดียในเอ็มวีตรงไหนบ้าง

25 hours : “ ( แหลม ) ก็มีนะครับ จริงๆเราดูแลเรื่องการผลิตทุกอย่างอยู่แล้ว ‘ ผมเชื่อว่าคนที่รู้จักเพลงที่สุด ก็คือวงอยู่เเล้ว วงรู้ตั้งแต่มิติแรกจนถึงท่อนสุดท้ายของเพลง’ เราก็บอกความตั้งใจ เราก็บอกสิ่งที่เราตั้งใจ เราอยากให้เพลงสื่อสารยังไง ก็ช่วยกันดู ช่วยกันคิด ส่วนตัวผู้กำกับก็เสนอ ในมุมมองของคนที่ได้ฟังเเล้วตีความเป็นภาพ ซึ่งมันค่อนข้างตรงกัน”

SeedMCOT : เอ็มวีทำออกมาได้อิมแพคอารมณ์มากแล้วแต่ละคนชอบฉากไหน ในเอ็มวีเป็นพิเศษ

25 hours : “( จ๊อบ ) ผมชอบฉากตอนที่คุณลุงอยู่บนโต๊ะอาหารคนเดียวแล้วนั่งมองจานข้าว และมีฉากต่อเนื่องซึ่งลุงมองไปที่วีดีโอแล้วถอดแว่น แต่เป็นลุงคนละคน ซึ่งต่อเนื่องกัน ชอบบรรยากาศตรงนั้น ดูเเล้วอินตลอดเลย

(แหลม) คือเราเองอยู่กับงาน มันรู้เรื่องหมดแล้ว ในช่วงแรกใช้ความคิดเยอะ เพราะเราตรวจทานงานว่าอันนี้ดีไหม แต่พอวันนึง ผมจำได้ว่าก่อนที่จะปล่อยเอ็มวีนี้ ผมดูแบบใช้ความรู้สึก ปล่อยอารมณ์และปล่อยจินตนาการ เอาเรื่องตัวเองไหลเข้าไปใน เอ็มวี ก็รู้สึกกับฉากที่คุณลุงน้ำตาไหล คือหน้าพ่อผมลอยมาเลย ผมรู้สึกว่า คนแก่นั้นคือพ่อผม ไม่บอกจะได้เอาพ่อเราไปเล่น (หัวเราะ)

(ปู๋) : คืออันเดียวกันใช่ไหมสองคนนี้ อันเดียวกันให้หมดทั้งวง

(โฟร์) : ผมดูปุ๊ป ผมเขียนแมสเซจเข้ากรุ๊ปเลย ฉากคุณลุงทำน้ำตาจะไหล

(ปู๋) : เห้ยคุณลุงอีกเเล้วหรอ

(โฟร์) : เห้ยจริงๆ น้ำตาจะไหล ผมชอบสองอัน คุณลุงมันเหมือนไม้ตาย ใครดูก็รู็สึกกับคุณลุงหมด และผมก็รู้สึกกับคุณยายด้วย คุณยายที่ ใส่แหวนแล้วจับรูปแต่งงานในอดีต ก็รู้สึกว่าอินกับฉากนี้มาก

(ปู๋) : ผมไม่ตอบละกันครับให้พี่บังตอบ

(บัง) : ผมชอบฉากนึง ที่เด็กแวนซ์มาพ่นถนนเป็นรูปดอกไม้ให้เพื่อน

(แหลม) : โดยรวมผมชอบเอ็มวีเค้านะ พยายามนั่งแกะรอย เรารู้เรื่องทั้งเรื่องที่ทำ แต่มันมีอีกที่ผู้กำกับได้สอดแทรก (โฟร์) มือผู้หญิงที่สวมแหวนแต่งงานเค้าละเอียด อย่างภาพของคนที่ถ่ายรูปเพื่อน อันนี้เรามาเห็นตอนหลัง เออ คิดได้ดีเว้ย ภาพเฟรมนึงมันอธิบายคำพูดได้มหาศาล แล้วก็มีอีกหลายฉากที่ดูแล้วทำให้เราคิดเตลิดไปได้ไกลมาก จริงๆเอ็มวีที่ emotional มันมักจะไม่มีครีเอทีฟ แต่เอ็มวีนี้มีทั้งครีเอทีฟและ emotional ด้วย”

SeedMCOT : ความพิเศษของเอ็มวี

25 hours : “(แหลม) : สิ่งที่เค้าฝากไว้มากเลยนะ เป็นไอเดีย ถ้าไปดูลองไปแกะดีดีๆ มันจะมี 24 ฉาก เริ่มต้นจากตีหนึ่ง สอง สามไปจนถึงเที่ยงคืน และฉากจบตอนสุดท้ายที่เป็นผู้หญิง นั้นแหละครบ 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นตัดเข้าโลโก้ คือ ชั่วโมงที่ 25 อันนี้คือแทรกไว้ให้คนได้สนุก ได้แกะรอย”

(บัง) เห็นมั้ย ตอนเที่ยงคืน 59นาที (แหลม) ผู้ชายคนแรกกับผู้หญิงคนสุดท้าย เราคิดมั้ยว่าเค้าเป็นอะไรกัน

(บัง) ตอนเปิดมากับปิดอะ จริงๆ แล้วมันเชื่อมกัน เค้าเป็นแฟนกัน และเเค้าก็เป็นแฟนกันจริงจริง ด้วยนะ

(แหลม) เค้าแคสติ้งดีนะ แบบรูปถ่ายกับคนในฉากเพื่อนเหมือนเดียวกันจริงๆ แง้มไว้ประมาณนี้ลองไปแกะรอยดู ดูแบบใช้ความคิดก็ได้ ดูแบบใช้อารมณ์ก็ได้

(จ๊อบ ) มันวนเป็นเวลา เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนจนจบเที่ยงคืนอีกวัน”

SeedMCOT : 6 ปีแล้วกับทิศทางดนตรีของ 25hours ชัดเจนขึ้นไหม

25 hours : “(แหลม ) ชัดเจนนะ เรายังทำงานในแบบของเรา แต่ที่ ทำให้คนรู้สึกว่าเราชัดเจนขึ้น เพราะเรามาอยู่ที่ genie records ด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำ ในความชัดเจนของเรามาตลอด มันได้ถูกขยาย ถูกไฟส่องให้ทุกคนเห็นให้ชัดเจนขึ้น”

SeedMCOT : ถ้าวันนึงไม่ได้ทำเพลง ไม่ได้เล่นดนตรี จะทำอะไร

25 hours : “( บัง ) ก็เป็นคุณครูสอนดนตรี เพราะก่อนหน้านี้เป็นครูสอนดนตรีมาก่อน สอนตั้งแต่อนุบาล จนถึง มหาวิทยาลัย

(ปู๋) ผมยังไม่คิดถึงอนาคตเลย ผมทำตอนนี้ให้ดีที่สุดก่อน ( ตอบแบบพระเอก) ผมทำไรไม่เป็นแล้ว นอกจากแต่งเพลงกับเล่นกีตาร์ เอ้ยเอาประกวดเพาะกายละกัน (หัวเราะ)

(โฟร์) ก็คงทำเพลงให้คนอื่น

(แหลม ) ก็ทำอะไรที่เกี่ยวกับศิลปะ อาจจะกลับไปเขียนรูป อีกอย่างคือเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เพราะพ่อพี่เคยเปิดอยู่ แต่ตอนนี้พ่อไม่ได้ทำแล้ว ก็รู้สึกเสียดายฝีมือ

(บัง ) ก๋วยเตี๋ยวเรือด้วย (จ๊อบ ) เออ คุยมานานแล้วไม่เคยได้ไปกิน

SeedMCOT : ในช่วงเวลา เศร้าเศร้า มีวิธีการผ่อนคลายตัวเองยังไงกันบ้าง

25 hours : “(จ๊อบ ) วิธีการนี้มันออกสื่อไม่ได้สิ (หัวเราะ)

(แหลม) จริงๆ แล้วมันอยู่ที่วิธีคิดเอง แค่เปลี่ยนวิธีคิด คิดในแง่ดี

(บัง) คิดบวกเข้าไว้

(แหลม) เหมือนเพลงสุขาอยู่หนใด คนเราชอบเปรียบเทียบไง มันเลยเกิดความทุกข์ตลอด เจอคนรวยเราก็คิดว่าเราจน แต่จริงๆมีคนที่จนกว่าเรากว่านี้อีกนะ

( โฟร์ ) แบบเราอกหัก แต่คนอื่นพ่อเสีย ญาติเสีย เรื่องของเราเล็กไปเลย เออวะ เราจะเศร้าไปทำไม

(แหลม ) อยู่กับปัจจุบันก็ดีนะ อย่าเอาอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นมาแบกไว้ คาดหวังไว้ อนาคตคาดหวังได้นะ แต่ความหวังมากไป มันจะทำให้ เราแบกรับเยอะขึ้น อดีตก็หวนคิดถึงได้ แต่อย่าให้มันกลืนกินเรา ความรู้สึกมันก็เหมือนไฟนะ ที่ก่อตัวขึ้นมาแล้วกลืนกินเรา คนที่ไหม้ก็คือเรา การมีสติ การอยู่กับปัจจุบันก็จะดี เหมือนที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ อันนี้คือสิ่งที่ผมว่าท่านคิดมาแล้ว เขียนมาให้เราเป็นตำรา แล้วว่า นั้นคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขนะ”

ภาพและข้อมูลจาก seedmcot
สัมภาษณ์โดย : ปัณฑิตา บุญมั่นพิพัฒน์

กลับขึ้นด้านบน