Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

ปาน ธนพร และ กิ๊ก มยุริญ เสนอ พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา

11 กันยายน 2560 10:56 น. | อ่านแล้ว 1,331

ข่าวเพลง ศิลปินและจิตอาสากลุ่มบัวลอย เปิดตัวมิวสิกซีรีส์ "พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา" คีตธรรมบทที่สองในโครงการ The Enlightened Ladies หนึ่งธรรมะแห่งพระพุทธองค์ สู่การตื่นรู้ของเหล่าอิสตรี" บอกเล่าเรื่องราวในอนุพุทธประวัติของสตรีในสมัยพุทธกาล ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งหมดในคืนเดียว ทำให้เสียสติ จนเมื่อได้ฟังธรรมะจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้เกิดการตื่นรู้จากการยึดติดสู่การปล่อยวาง ทั้งการตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ขับร้องโดย ปาน ธนพร แวกประยูร ร่วมด้วย กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ในบทนาง ปฏาจาราและพระปฏาจาราเถรี , ตั๊ก นภัสสกร มิตรธีรโรจน์ ในบท สามีที่ตายแล้วของนางปฏาจารา พร้อมผลิตสื่อการเรียนการสอนมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ

ปาน ธนพร และ กิ๊ก มยุริญ เสนอ พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา
หลังจากที่ศิลปินและจิตอาสากลุ่มบัวลอยในโครงการปทุมมามหาสิกขาลัย วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ได้นำเสนอคีตธรรม ตราบลมหายใจสุดท้าย เมื่อปี ๒๕๕๙ ให้คนได้รู้ถึงความไม่เที่ยงในสังขาร สำหรับปี ๒๕๖๐ ศิลปินและจิตอาสากลุ่มบัวลอย ฯ จะได้นำเสนคีตธรรมบทใหม่ ในรูปแบบมิวสิกซีรีส์ประกอบคีตธรรม "พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา" ออกมาเพื่อให้คนไทยได้ร่วมกันเรียนรู้ธรรมะจากคำสอนของพระพุทธองค์


พระปกรณ์วินณ์ ฐิตวํโส เลขานุการโครงการปทุมมามหาสิกขาลัย วัดปทุมวนาราม เปิดเผยว่า ศิลปินและ จิตอาสากลุ่มบัวลอยในโครงการปทุมมามหาสิกขาลัย วัดปทุมวนาราม และการสนับสนุนอย่างเป็นทางการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมกันจัดสร้างมิวสิกซีรีส์ประกอบคีตธรรม "พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา" ซึ่งเป็นผลงานสืบเนื่องของการจัดสร้างสื่อการเรียนการสอนส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ในโครงการ "The Enlightened Ladies หนึ่งธรรมะแห่งพระพุทธองค์ สู่การตื่นรู้ของเหล่าอิสตรี" โดยนำแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังชุดพระเถรีสำคัญต่างๆ ที่เขียนไว้ ณ เสาพระวิหารของวัดปทุมวนาราม ออกมานำเสนอ อาทิ พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางรัตตัญญู พระนางเขมาเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางมีปัญญามาก พระอุบลวรรณาเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางมีฤทธิ์มาก พระปฏาจาราเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางพระวินัย พระนางพิมพาเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางระลึกชาติ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เอตทัคคะฝ่ายทายิกา เป็นต้น โดยพระอริยสาวิกาผู้มีชื่อเหล่านี้ ได้ก้าวข้ามผ่านความทุกข์ที่ต้องเผชิญ ด้วยการน้อมนำธรรมะแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประพฤติปฏิบัติ โดยในปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ นี้ โครงการปทุมมามหาสิกขาลัย วัดปทุมวนาราม ได้นำอนุพุทธประวัติของพระปฏาจาราเถรี ภิกษุณีผู้เคยผ่านมหันตทุกข์ในการสูญเสียบุคคลที่รักทั้งครอบครัวอย่างกะทันหันจนทำให้ท่านเสียสติ ก่อนจะได้รับพระกรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชี้ทางแห่งความจริง ว่าความพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นเรื่องธรรมดา การคร่ำครวญถึงอดีตที่ผ่านมาและความตายที่ไม่มีใครต้านทานได้ไม่เกิดผลประโยชน์อันใด และได้ทรงประทานพุทธโอวาทถึงหนทางการดับทุกข์นี้แก่ท่านให้ได้พิจารณา จนสามารถระงับโศก น้อมใจรับพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเป็นสรณะและบรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลได้ในที่สุด ซึ่งเรื่องราวของพระปฏาจาราเถรีผู้ประสบกับมหันตทุกข์นี้เอง ได้กลายเป็นเรื่องเล่าขานถึง "นางปฏาจารา หญิงบ้าผู้บรรลุธรรม" ให้กับพุทธศาสนิกชนสืบเนื่องกันมาแต่ครั้งพุทธกาลจนถึงยุคปัจจุบัน

พระปกรณ์วินณ์ กล่าวต่อว่า มิวสิกซีรีส์ประกอบคีตธรรมนี้ได้รับความอุปถัมภ์จากศิลปินอาสาระดับชั้นครูหลายท่าน อาทิ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบทเป็นนางปฏาจาราและพระปฏาจาราเถรี , ตั๊ก นภัสสกร มิตรธีรโรจน์ รับบทเป็นสามีที่ตายแล้วในทางเปลี่ยวของนางปฏาจารา, ปาน ธนพร แวกประยูร รับบทเป็นพราหมณีผู้กำลังจะประสบกับการสูญเสียมารดา พร้อมขับร้องบทคีตธรรมนี้ด้วย , ธานี พูนสุวรรณ กันยารัตน์ นภาศัพท์ และษัณณัช จริยศาสตร์ รับบทเป็นบิดามารดาและพี่ชายคนโตของนางปฏาจารา เป็นต้น กำกับโดย นายภัทธิ บัณฑุวณิช โดยในมิวสิกซีรีส์ชุดนี้นำเสนอรวมทั้งสิ้น ๒ ชิ้นงาน ประพันธ์ทำนองคีตธรรมทั้งหมดโดย นายเดชาณัฏฐ์ ธีรดุริยสฤษฏ์ หรือโน้ต อาล์มไนน์ และเรียบเรียงคีตธรรมทั้งหมดโดย นายเจษฏา สุขทรามร หรือโอ๋ ซีเปีย โดยคีตธรรมชิ้นงานที่หนึ่งมีชื่อว่า "เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา(ยึด)" ประพันธ์คำร้องโดยนายสุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ซึ่งเป็นการบรรยายเรื่องราวในขณะที่นางปฏาจารากำลังเสียสติ ส่วนคีตธรรมที่ชิ้นที่งานสองมีชื่อว่า "เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา(ปล่อย)" ซึ่งคีตธรรมชิ้นนี้นำบทกวีนิพนธ์เรื่องความพลัดพราก ประพันธ์โดยฐิตวํโสภิกขุ วัดปทุมวนาราม นำเสนอออกมาเป็นคีตธรรมบรรยายเรื่องราวในขณะที่นางปฏาจาราได้รับฟังพุทธโอวาท และพิจารณาถึงธรรมแห่งความพลัดพรากนี้จนบรรลุธรรมในที่สุด

สำหรับนักแสดงจิตอาสา ที่ได้ถ่ายทอดมิวสิกซีรีส์ในครั้งนี้ โดย กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ซึ่งรับบทบาทนาง ปฏาจารา และพระปฏาจาราเถรี กล่าวว่า "รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับศิลปินและกลุ่มจิตอาสาบัวลอย ฯ เพราะชื่นชอบและติดตามผลงานตั้งแต่ผลงานคีตธรรมชุดตราบลมหายใจสุดท้าย เมื่อได้รับการติดต่อจึงตอบรับทันที และเป็นความภาคภูมิใจที่ได้รับบทบาทนางปฏาจาราและพระนางปฏาจาราเถรี โดยเฉพาะได้เล่นบทภิกษุณีในสมัยพุทธกาล เป็นงานธรรมะที่เราจะได้ฝากไว้ในพุทธศาสนา เป็นการให้ธรรมทานอันยิ่งใหญ่ และได้ให้คนตื่นจากความเศร้าโศก ความรู้สึกทุกข์เพราะเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความพลัดพราก ซึ่งจริงๆแล้วเราอยู่กับธรรมะ ในทุกๆวัน แต่เราไม่เคยได้ตระหนักรู้ และตื่น ที่จะได้เห็นความเป็นจริงเหล่านั้น ความจริงก็เคยรู้เรื่องราวของท่านมาก่อนจากหนังสือรู้ว่าท่านต้องเจอกับความทุกข์ที่ต้องพลัดพรากจากคนที่รัก แต่เมื่อรับบทบาทนี้ก็รู้สึกว่ามันทุกข์กว่านั้น คือทุกทั้งกายจากการคลอดลูกและเจอฝนตกตลอดทั้งคืน และทุกข์ใจที่ต้องสูญเสียลูก สามี พ่อแม่ พี่ รวม ๖ คนเป็นความทุกข์ที่ต่อเนื่องในคืนเดียว ทำให้เห็นว่า หากวันหนึ่งเราต้องสูญเสียคนที่เรารัก ก็คงไม่ทุกข์เหมือนอย่างที่พระนางต้องสูญเสีย และทำให้รู้สึกว่าเรา ก็ต้องยิ่งปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าให้มากยิ่งๆขึ้น เพื่อที่จะได้ฝึกจิตของเราให้เห็นว่า ทุกอย่างเป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ เมื่อวันหนึ่งที่ต้องสูญเสีย หรือต้องพลัดพราก ก็จะได้ สามารถตื่นรู้แบบพระนางปฎาจาราเถรีได้"

ด้าน ปาน ธนพร แวกประยูร ผู้ถ่ายทอดบทคีตธรรม เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา กล่าวว่า สำหรับปีพุทธศักราชนี้เป็นเรื่องพระปฎาจาราเถรี เป็นเรื่องของความพลัดพราก โดยชีวิตของท่านนั้นจะให้ประโยชน์กับเรา เมื่อเวลานั้นมาถึง เพื่อให้เราได้เรียนรู้และรับมือกับความพลัดพรากว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะต้องเจอกันทุกๆคน สำหรับการทำเพลงเรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา นั้นนำเสนอออกมาเป็นสองเวอร์ชั่น ซึ่งคนฟังแล้วก็จะเข้าใจว่าสิ่งที่เรียกว่า ยึด กับสิ่งที่เรียกว่า ปล่อย เป็นอย่างไร และชีวิตของพระปฏาจาราเถรีนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ความพลัดพรากของท่านสอนให้เรารู้ว่า ความตายไม่ได้เลือกเพศ ไม่ได้เลือกวัย เพราะฉะนั้นการตายนั้นคือของเที่ยงสำหรับมนุษย์ทุกคนที่ต้องเจอ จึงคิดว่าเรื่องราวของพระปฏาจาราเถรี น่าจะกระตุกจิตใจของเราทุกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ ให้ตื่นรู้ว่า เราเป็นผู้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทอยู่ในทุกลมหายใจ

พระปกรณ์วินณ์ กล่าวในตอนท้ายว่า นอกจากชุดงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมชุดพระปฏาจาราเถรีนี้ จะถูกนำเสนอในรูปแบบมิวสิกซีรีส์ประกอบคีตธรรมในชื่อ "พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา"แล้วนั้น ยังมีบทคีตภาวนา เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดาทั้งแบบฉบับยึดและปล่อย, สารคดี อนุพุทธประวัติของพระ ปฏาจาราเถรี, เสียงเทศนาธรรมเรื่องความพลัดพรากเป็นธรรมดาโดยพระเดชพระคุณพระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาส วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร, ธรรมโอวาทของพระเถรานุเถระและผู้รู้ในแวดวงพระพุทธศาสนา โดยสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบดีวีดีนั้นจะมอบให้กับสำนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม, ธรรมสถานต่างๆ ห้องสมุดโรงเรียน ,โรงเรียนในโครงการสรภัญญะยาตรา สืบสานพระราชศรัทธา บทมนตราเพื่อแผ่นดินต่อไป

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้หลากหลายช่องทาง อาทิ ITunes, Apple, Music, Google Play, TIDAL, Deezer, Spotify โดยรายได้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาในโครงการปทุมมามหาสิกขาลัยฯ ส่วนผู้สนใจสื่อการเรียนการสอนชุดนี้ สามารถร่วมสนับสนุนได้ที่ร้านสวัสดิการวัดปทุมวนาราม ฯ ในราคาชุดละ ๑๙๙ บาท มีจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำเข้ากองทุนพระภิกษุสามเณรและแม่ชี อาพาธและเจ็บป่วย วัดปทุมวนารามฯ และผู้ที่สนใจจะร่วมบริจาคเพื่อสมทุนการสร้างสื่อคุณธรรมจริยธรรมชุดต่อไปรวมถึงมีความประสงค์จะร่วมสนับสนุนกิจการด้านจิตอาสาทุกประเภทของโครงการปทุมมามหาสิกขาลัย วัดปทุม วนาราม สามารถร่วมบริจาคปัจจัยสนับสนุนได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชีวัดปทุมวนาราม(โครงการปทุมมามหาสิกขาลัย) เลขที่บัญชี 205-208203-4 และสามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวกิจกรรมของเหล่าศิลปินและจิตอาสาของโครงการปทุมมามหาสิกขาลัยฯ ได้ที่แฟนเพจ bualoyteamwork

กลับขึ้นด้านบน